🐂⚡️🥫ศึกสงครามเครื่องดื่มชูกำลัง ราคาหุ้น Coca Cola (Monster) และ KDP (Ghost) มีโอกาสปรับขึ้นมากแค่ไหนจากกำไรจากธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง ?
วันพฤหัสบดีที่ 24 ตุลาคม 2024 ที่ผ่านมา Keurig Dr Pepper (KDP) หนึ่งในยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องดื่มโลกด้วยจำนวนแบรนด์ภายใต้บริษัทมากกว่า 125 แบรนด์ เช่น 7UP และ กาแฟ Folgers ได้ประกาศจะเข้าซื้อกิจการ Ghost บริษัทเครื่องดื่มชูกำลังที่ก่อตั้งมาเพียง 8 ปี ด้วยมูลค่า $1b
👻ใครคือ Ghost?
ท่ามกลางการแข่งขันอันดุเดือดของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังโลก Ghost สามารถสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วยการเน้น “ไม่มีน้ำตาลแต่มีคาเฟอีน” ที่มาในรูปรสชาติคล้ายขนม
โดยใช้รสชาติต่าง ๆ ที่มาจาก Modelez International, Welch’s, Warheads โดยรสชาติมีทั้ง Sour Patch Kids, Swedish Fish, Bublicious, Strawberry Splash เป็นรสชาติฐาน
Ghost ได้นำรสชาติเหล่านี้เพื่อมาสรรสร้างรสชาติที่หลากหลายรวมทั้ง Sour Pink Lemonade, Orange Cream, Citrus, Cherry Limeade, Redberry, Blue Raspberry, Sour Green Apple, Sour Watermelon, Tropical Mango, Electric Limeade, Grape, และ Rainbow
กลยุทธ์นี้ ทำให้ยอดขาย Ghost เติบโตกว่า 4 เท่าในเวลาเพียง 3 ปีที่ผ่านมา
🌈การซื้อ Ghost คือดีลที่ใหญ่มากของ Keurig
หลังการเข้าซื้อกิจการ Dr Pepper Snapple ที่มูลค่า $19b ในปี 2018 โดยครั้งนี้ Keurig จะลงทุน ~$990m เพื่อซื้อหุ้น 60% ของ Ghost และจะซื้ออีก 40% ที่เหลือในปี 2028
การเข้าซื้อครั้งนี้ Keurig คาดว่าเครื่องดื่มชูกำลังของ Ghost ที่มีคาเฟอีนมากกว่า Dr Pepper ถึง 5 เท่า จะช่วยให้บริษัทเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่า $23b เฉพาะในตลาดอเมริกาเท่านั้น
แม้มูลค่าการซื้อครั้งนี้จะดูน้อย หากเทียบกับมูลค่าตลาดของ Keurig ที่มีราว ~$50b แต่การซื้อครั้งนี้มีนัยยะเชิงกลยุทธ์อย่างมาก เพราะเป็นการเข้าสู่ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังโลก ที่ดีมานมีการเติบโต ~10% ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา 2003-2023 จากการคาดการณ์ของ Nielsen
🐂📈กระทิงแดงยังเป็นจ้าวตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของโลก
กระทิงแดง (Red Bull) มียอดขายทั่วโลกราว 12b กระป๋องในปี 2023 ด้วยรายได้ €10.6b ($11.4b) ตัวเลขนี้เองที่ทำให้เกิดคู่แข่งขึ้นมากมาย จากข้อมูลของ Mintel จำนวนแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังเพิ่มขึ้นมากถึง 21% ใน 3 ปีที่ผ่านมา
โดยคู่แข่งที่สำคัญที่สุดของกระทิงแดง คือ Monster แต่มีแบรนด์ใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากมาย เช่น Prime ที่เติบโตมาจากกระแส YouTube ทำให้มียอดขายถึง $1.2b ในปี 2023
🥫ในปี 2022 KDP นักษ์ใหญ่เครื่องดื่มอีกรายได้ซื้อหุ้น 30% ใน Nubrabolt ผู้ผลิตเครื่องดื่มชูกำลังแบรนด์ C4 และยังลงทุนใน A Shoc เครื่องดื่มชูกำลังไร้น้ำตาล และเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังเข้าร่วมมือกับ Black Rifle Coffee เพื่อขยายตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของตน
🥫Coca Cola (KO) ปัจจุบัน คือผู้ถือหุ้นใหญ่ของ Monster (MNST) ที่เข้าซื้อกิจการของ Bang Energy บริษัทที่ล้มละลายในปี 2023 จากนั้น ปี 2022 Coke ยังเข้าซื้อ Celsius เครื่องดื่มชูกำลังที่เป็นที่นิยมอย่างมากของกลุ่มผู้หญิงที่ชอบออกกำลังกาย ด้วยมูลค่า $550m
🥫Pepsi Co (PEP) เข้าสู่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มชูกำลังด้วยการเข้าซื้อ Rockstar Energy ด้วยมูลค่า $3.9b ในปี 2020
🥫Starbucks ร่วมมือกับ Dunkin ออกเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูงในปี 2024
🥫🐂รายได้ของ Red Bull
รายได้ของกระทิงแดงเติบโตต่อเนื่องจาก $6.07b ในปี 2019, เพิ่มเป็น $7.16b ในปี 2020, $7.82b ในปี 2021, $9.68b ในปี 2022, และ $10.55b (+9% y-y) ในปี 2023
โดยจำนวนยอดขายเพิ่มจาก 6.08b กระป๋องในปี 2016 เพิ่มเป็น 7.9b กระป๋องในปี 2020, 9.8b ในปี 2021, 11.6b ในปี 2022, และ 12.1b (+4.8% y-y) กระป๋องในปี 2023
กระทิงแดงมีสัดส่วนตลาด 39.5% และรายได้ $1.6b (16.5% ของยอดขายทั่วโลก) ในปี 2022 โดย Red Bull ขยายตลาดครอบคลุม 177 ประเทศ ตั้งแต่ก่อตั้งมาปี 1987
กระทิงแดง Red Bull ที่ขายทั่วโลก เป็นบริษัทสัญชาติออสเตรีย ที่ยังคงถือโดยตระกูล Mateschitz โดยปัจจุบันบริหารโดย Mark Mateschitz ลูกชายของ Dietrich Mateschitz ผู้ก่อตั้งที่เสียชีวิตในปี 2022
Mark ได้รับเงินปันผล €582m ในปี 2023 ด้วยหุ้นที่ถืออยู่ 49% ในบริษัท ส่วนอีก 51% ถือโดยตระกูลอยู่วิทยา
🐂Red Bull vs👻Monster
ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังมีการเติบโตและมาร์จิ้นสูงกว่าเครื่องดื่มชนิดอื่น เห็นได้จากตัวเลขของสองผู้เล่น Red Bull และ Monster
ในปี 2017-21 การเติบโตเฉลี่ยของน้ำอัดลม (soft drink) อยู่ที่ 4.5% ต่อปี และอัตรากำไร EBIT ที่ 4.7% เทียบกับเครื่องดื่มชูกำลังที่เติบโต 11.6% และ EBIT มาร์จิ้นที่ 28.3%
การเติบโตกำไรของทั้งสองคู่แข่งมาจากการเติบโตยอดขาย โดย Red Bull โตจาก 6.3b กระป๋องในปี 2017 เป็น 9.8b กระป๋องในปี 2021 (+55%) แต่ยอดขายเติบโต 45% นั่นหมายถึง Red Bull ทำยอดขายต่อกระป๋องลดลงจาก €0.85 ต่อกระป๋องในปี 2017 เหลือ €0.80 ต่อกระป๋องในปี 2021
Monster เติบโตยอดขายจาก 8.6b กระป๋องในปี 2017 เป็น 14.7b กระป๋องในปี 2021 (+70%) ในขณะที่รายได้เพิ่ม 64% นั้นหมายถึง Monster ทำรายได้ $0.38 ต่อกระป๋องในปี 2021 ลดลงจาก $0.39 ในปี 2017
ทั้ง Red Bull และ Monster เติบโตน้อยในตลาดที่โตมากแล้ว (mature market) เช่น อเมริกา แต่เติบโตมากในตลาดเกิดใหม่ (emerging market)
คาดว่า กำไรของ KDP น่าจะปรับเพิ่มขึ้นได้หลังจากการเข้าซื้อกิจการของ Ghost และราคาหุ้นมีโอกาสขึ้นได้อีก
#aiคิดต่างอย่างพี่หมู #energydrink #redbull #monster #celsiusenergy #rockstarenergy #ghostenergydrink
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น